นายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ มีแผนเสนอชื่อนายแอนโทนี บลิงเคน เป็นรมว.การต่างประเทศคนใหม่ ส่งสัญญาณแรกในการเดินหน้า “นโยบายสายเหยี่ยว” ต่อจีน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 พ.ย. โดยอ้างจากรายงานของบลูมเบิร์กว่า นายโจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ เตรียมเสนอชื่อนายแอนโทนี บลิงเคน ให้ดำรงตำแหน่ง รมว.การต่างประเทศสหรัฐคนใหม่ โดยจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม ทีมงานด้านการเปลี่ยนผ่านอำนาจของไบเดนปฏิเสธให้ความเห็นต่อรายงานดังกล่าว เช่นเดียวกับบลิงเคนซึ่งยังคงรักษาท่าที

ทั้งนี้ หากรายงานดังกล่าวเป็นความจริง ตำแหน่ง “เจ้าหน้าที่การทูตหมายเลขหนึ่ง” ของรัฐบาลวอชิงตันจะกลับมาอยู่ในการปฏิบัติหน้าที่ของนักการทูตอาชีพอีกครั้ง โดยบลิงเคนซึ่งปัจจุบันอายุ 58 ปี มาจากครอบครัวนักการทูตที่บิดาเคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงปารีส และมีลุงเคยทำหน้าที่เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงบรัสเซลส์
 
ขณะที่ตัวบลิงเคนเองทำงานด้านกิจการต่างประเทศให้กับรัฐบาลวอชิงตันอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2537 และมีบทบาทมากขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านนโยบายความมั่นคงให้กับไบเดน ในสมัยยังดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี ตามด้วยการดำรงตำแหน่งรองที่ปรึกษาด้านนโยบายความมั่นคงประจำทำเนียบขาว และตำแหน่งสุดท้ายของบลิงเคน ก่อนสิ้นสุดยุคของประธานาธิบดีบารัค โอบามา คือ รมช.การต่างประเทศ
 
อย่างไรก็ตาม การเสนอชื่อบลิงเคนแม้ยังต้องผ่านขั้นตอนการพิจารณาคุณสมบัติ และการอนุมัติจากวุฒิสภา แต่เริ่มมีการวิเคราะห์แล้วว่า เป็นการส่งสัญญาณขั้นต้นจากไบเดน ว่านโยบายต่างประเทศของสหรัฐในอนาคตจะเป็นการหวนคืนสู่เวทีพหุภาคี บนพื้นฐานของ “ความเป็นสายเหยี่ยวอย่างแนบเนียน” และจีนจะยังคงเป็นเป้าหมายหลัก โดยบลิงเคนเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อหลายแห่ง เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ว่านโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้สถานะของสหรัฐ “อ่อนแอลง” เปิดโอกาสให้รัฐบาลปักกิ่งโดยปริยาย ดังนั้นในอนาคต สหรัฐต้องทวงคืนบทบาทนี้ให้ได้